Google Ads
Thaifly
Category
Skype
Add me to Skype
UserOnline
StatPress
Visits today: 412
Statistics

Posts Tagged ‘แก้ไข’

Gold

แนะนำให้อ่าน

คัมภีร์ลงทุนทองคำฉบับไทยโกลด์

K-GOLD, กองทุนทองคำ ก็ได้…ไม่ง้อสมาคม

วิเคราะห์ราคาทองคำ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการลงทุนทองคำ

เวลาซื้อ-ขาย

K-TREASURY : T +1 = ขายวันนี้ พรุ่งนี้ประมาณเที่ยงได้เงิน / วันทำการ (อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ต้องถาม กสิกร อีกที)

K-GOLD  : T+5 = ขายวันนี้ อีกประมาณสัปดาห์ ได้เงิน / วันทำการ (อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ต้องถาม กสิกร อีกที)

เวลาซื้อ จะได้ค่า offer ซึ่งรวม 0.30 แล้ว

เวลาขาย จะได้ค่า bid ซึ่งรวม 0.30 แล้ว

การคำนวณ
สีม่วงคือ จำนวนเงินที่เราซื้อ = 135000
สีแดง = 17428.3501 คือจำนวน หน่วยที่เราได้

สีชมพู เป็นค่าหน่วยลงทุนที่ประกาศNAV per Unit = 7.7289
สีส้ม คือค่าnavที่เราใช้คำนวณตอนซื้อ OFFER = 7.7460
สีเขียว คือค่าnavที่เราใช้คำนวณตอนขาย BID = 7.7118

135000/7.7460 = 17428.3501 หน่วยที่ได้      แต่ค่านี้เราจะรู้ก็ต้องอีก 2วันหลังจากสั่งซื้อจ้า

ส่วนผลต่างที่ปลอดภัยเวลาขาย จะอยู่ที่ประมาณ 0.0400 : คือเวลาขายจะต้องดูค่า BID ให้มากกว่าตัว OFFER ที่เคยซื้อ ประมาณ 0.0400 ถึงจะปลอดภัย เพราะปิดการขาย 14.30 น. แต่ราคายังขยับไปได้จนถึง 15.30 น.

สไตล์นักลงทุน

“นักลงทุนระยะยาว (Investor)” หรือ “นักลงทุนแบบซื้อมาขายไป (Trader)” ถ้าเป็นนักลงทุนแล้วปัจจุบันยังไม่มีทองคำในพอร์ตที่ราคาทองคำบาทละ 12,400-12,500 บาท สามารถที่จะเข้ามาซื้อเพื่อลงทุนได้เป็นลักษณะซื้อเก็บไป

ส่วนตัวเองก็ซื้อเก็บไปเรื่อยๆ ไม่ได้ขายอะไร เป็นส่วนที่คงจะส่งมอบความมั่งคั่งให้กับลูกหลานต่อไปในอนาคต แต่ถ้าเป็นนักลงทุนควรจะซื้อแล้วถือยาว 6 เดือนขึ้นไปแล้วค่อยมาดุว่าตอนนั้นราคาทองคำเป็นอย่างไรก่อนที่จะตัดสินใจ ขายก็ได้

แต่ถ้าเป็นเทรดเดอร์ซื้อมาขายไป ราคาทองคำขึ้นมาบาทละ 300-400 บาท กำไร 2-3% ก็ต้องขายทิ้งแล้วค่อยมารับกลับไปใหม่ที่ราคาต่ำกว่าเดิมในลักษณะของการเล่น รอบ ถ้าทำได้แบบนี้ทุกเดือนคุณจะมีกำไร 24-36% ดีกว่าผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากที่ 3-4% ค่อนข้างมากทีเดียว

“ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่ลงทุนโดยตรงในทองคำคงจะเหมาะกับผู้ ที่มีความรู้ ชอบศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล มีเวลาที่จะติดตามภาวะตลาด สามารถที่จะดูแลการลงทุนด้วยตัวเองได้ แต่การลงทุนผ่านกองทุนรวมอาจจะเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาที่จะติดตามการลงทุน มากนัก การซื้อขายก็ง่ายสะดวกคล่องตัวกว่าด้วย”

ตารางค่า NAV
http://www.thaimutualfund.com/AIMC/aimc_navCenterSearch3.jsp?fund_abbr=K-GOLD

ราคา ช่วง AM ค่ะ
http://www.kitco.com/gold.londonfix.html

ค่า NAV ที่ประกาศล่าสุด
http://www.kasikornasset.com/portal/site/KAsset/menuitem.9274ff698f1a65c238184e32658f3fa0

ราคา pdrgoldshares ค่ะ
http://www.spdrgoldshares.com/sites/sg/value/historical_archive

ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับการลงทุนแบบถัว เฉลี่ย ถัาติดดอยเมื่อทองต่ำลงมา  หากยังมีเงินเหลืออยู่ ควรซื้อเพิ่ม เพิ่มที่ละนิด ต่ำอีกซื้ออีก เพื่อดึงต้นทุนที่สูงให้ต่ำลงมา ใครที่ยังไม่มีทองในมือควรทยอยซื้อเข้าอย่ามากนัก หากทองลงอีก เราก็ซื้ออีก ดีกว่าเวลาทองขึ้นเราไปไล่ซื้อในราคาที่สูง  จดจำเป็นคติเตือนใจว่า  เรามิอาจซื้อได้ในราคาที่ต่ำสุด และขายได้ในราคาที่สูงสุด ไม่มีการลงทุนใดที่ไม่เสี่ยง การบริหารพอร์ตให้ได้จังหวะ จะลดความเสี่ยงลงได้ครับ

——————————–

การปรับ ราคาทอง แก้ปัญหาติดดอย

1. สมมติว่าเข้าซื้อ 100 บาท ที่ราคา 15500 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,550,000 บาท

จะเห็นว่าถ้าเราเข้าซื้อที่ราคา 15500บาท/1บาททอง ในราคาปัจจุบัน กำลังจะติดดอยแล้ว แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไร

การแก้ไขปัญหานี้ ไม่ยากมากครับ ให้ปรับราคาทองใหม่หมดครับ โดยให้ตั้งราคาทองใหม่ทั้งหมด แต่ผลรวมของเงินที่ใช้ซื้อทองคำต้องเท่าเดิมครับ

การตั้งราคาทองใหม่ ลองดูตามตัวอย่างครับ

เช่น ตั้งราคาที่ 16000 จำนวน 20 บาท คิดเป็นเงิน 320000 บาท
ตั้งราคาที่ 15750 จำนวน 20 บาท คิดเป็นเงิน 315000 บาท
ตั้งราคาที่ 15500 จำนวน 20 บาท คิดเป็นเงิน 310000 บาท
ตั้งราคาที่ 15250 จำนวน 20 บาท คิดเป็นเงิน 305000 บาท
ตั้งราคาที่ 15000 จำนวน 20 บาท คิดเป็นเงิน 300000 บาท
รวม 100 บาท เงิน 1550000 บาท

จะเห็นว่าเมื่อปรับหรือตั้งราคาทองใหม่แล้ว ราคาทองจะมีราคาสูงสุดที่ 16000/ 1 บาททอง แล้วมีราคาต่ำสุดที่ 15000/ 1 บาททอง

(ถ้าเล่นออนไลด์ ให้ตั้งราคาเป็นจำนวนเต็มเลยครับ เช่นซื้อที่ 15742 ก็ตั้งราคา ที่ 15750 เลยครับ)เพื่อเป็นการบวกกำไรไว้ก่อนเลยครับ

จากตัวอย่างนี้ เมื่อทองเป็นขาลงเราจะขายทองที่ซื้อมาแค่ 20 บาทก่อน โดยการเอาราคาทองคำที่เราตั้งราคาที่ราคาใกล้เคียงกับราคาปัจจุบันมาขายก่อน แล้วรอซื้อราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ขายไป เพื่อรักษาทองคำในพอร์ตให้มี 100 บาทเท่าเดิม ยิ่งซื้อราคายิ่งต่ำกว่าราคาที่ขายไปเท่าไหร่ คือกำไรที่ได้รับกลับมาครับ

ตัวอย่าง

ทองมาที่ราคา 15250 เราก็เอา ราคา 15250 ขาย ก่อน พอราคามาที่ 15100 ให้ซื้อกลับ 20 บาท
จะเห็นว่าถ้าดูเผินๆแบบนี้ จะขาดทุน แต่จริงๆ เราเหลือเงินจากการซื้อกลับ 3000 บาท

หรือ

ราคาทองขึ้นไปที่ 15750 เราก็เอา ทองตามตารางของเราที่ราคา 15500 ขาย 20 บาท พอราคาลงมาที่ราคาต่ำกว่าราคาที่ขาย เช่นลงมาที่ 15600 เราก็ซื้อกลับ เราจะเหลือเงิน 3000 บาทเช่นกัน

ทองที่เราซื้อกลับ ปกติผมจะเอาไปตั้งไว้ที่ราคาเดิมครับ คือรักษาสภาพทุนให้คงที่ไว้ครับ ส่วนกำไรที่ได้จากการขายเขียนไว้อีกด้านของตารางครับ

จากตัวอย่าง จะเห็นว่า เราเล่นขาลงของทองคำ หรือขาขึ้นของทองคำก็ได้

แล้วที่นี้ถ้าราคาทองเกิดขึ้นไปหละครับ อันนี้ไม่ต้องกลัว เพราะเรามีราคาด้านบนคอยต้อนรับอยู่แล้ว

ให้ราคาขึ้นมาเกินราคาที่เราตั้งไว้ในตารางด้านบน เราค่อยขายครับ เราก็จะกำไร

ถ้าเราทำตามนี้ ราคาทองด้านบนก็จะลดลงเรื่อยๆตามกำไรที่เราได้รับ

เล่นทองแบบตาราง สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือรักษาทองคำให้เท่าเดิม คือต้องซื้อทองกลับ เมื่อราคาทองลงมาต่ำกว่าราคาที่เราขายออกไป และเมื่อราคามาตรงตำแหน่งไหนของราคาที่เราตั้งไว้ ให้ขายทองที่ราคาตรงนั้น แล้วต้องซื้อทองกลับเมื่อเรามีกำไร เพื่อรักษาทองในพอร์ตให้เท่าเดิมครับ จนกว่าราคาจะขึ้นสูงที่สุดที่ราคาที่เราตั้งไว้ เราจึงจะขายทองออกทั้งหมด ถ้าตามที่ผมตั้ง เราจะล้างพอร์ตที่ราคา 16000 บาท/1 บาททองขึ้นไปครับ

จะเห็นว่าถ้าเล่นตามตารางนี้ ทองทุกตัวจะมีกำไรตลอดครับ ไม่ว่าราคาขึ้น หรือลง

2. ซื้อมา 3 บาททอง ที่ราคา 15500 บาท( ราคานี้ติดดอยแล้ว) รวมเงิน 46500 บาท

ตั้งราคาทองใหม่
1 บาท เท่ากับ 15800 บาท
1 บาท เท่ากับ 15500 บาท
1 บาท เท่ากับ 15200 บาท
รวมเงินทุน 46500 บาท
เมื่อทองเป็นขาลง ราคาทองคำมาที่ราคา 15300 บาท/ 1 บาททอง
เราขายทองที่เราตั้งราคาใหม่ที่ 15200 บาท/ 1 บาททอง
ทองลงมาที่ราคา 15100 บาท/ 1 บาททอง เราซื้อกลับ
เราลดต้นทุน 200 บาท
ต้นทุนทอง 46500 – 200 = 46300 บาท

ตรงนี้ครับ ที่บอกว่าต้นทุนลดลง ราคาที่ติดดอยก็ลดลงครับ
แต่สิ่งที่เราเหลือคือ ทอง 3 บาท + เงิน 200 บาทครับ

กรณีขายไปที่ราคา 15200 บาท/ 1 บาททอง
ทองไม่ลง แต่กลับขึ้นไปที่ราคา 15700 บาท/ 1 บาททอง
เราเอาราคาที่ตั้งใหม่ที่ราคา 15500 บาท/ 1 บาททอง ขายอีก 1 บาท
ตรงนี้ เราได้ส่วนต่าง 200 บาท/1 บาททอง
เมื่อรวม 2 บาทที่เราขาย เราได้ 300 บาท
เมื่อเอามาหักลบ ทองเราเหลือ 1 บาท ที่ต้นทุน 15800-300 = 15500 บาท
ซึ่งถ้าเราขายทั้งหมดคืออีก 1 บาท ที่เหลือตอนราคามาที่ 15700 เรายังกำไร 200 ครับ

ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ ราคาทองที่เราติดดอย เราก็จะมีแต่รอราคาขึ้นไปรับเราที่ราคาเราติดดอยครับ หรือไม่ก็ต้องเพิ่มต้นทุนในการเล่นทองครับ โดยการซื้อทองเพิ่มเข้ามาครับ ซึ่งไม่ทราบว่าเมื่อซื้อเข้ามาแล้ว ทองจะลงต่ออีกหรือเปล่าครับ

แต่ถ้าเราเล่นแบบตาราง ราคาด้านบนจะเป็นตัวกันกรณีผิดทางครับ แต่ถ้าราคาลงมาต่ำอีกหลังจากเราขาย 1 บาททองแรก ที่ราคา 15300 (ทุนที่ตั้งใหม่ 15200) เช่นลงมาที่ 15000 เราก็เอาเงินที่ขายครั้งแรกเข้าซื้อ ราคานี้ ต้นทุนทองเราจะลดลง 100+200 = 300 บาท/ 3 บาททองที่เรามีอยู่ครับ ต้นทุนที่เราติดดอยลดลง แบบนี้ครับ ถ้าตามนี้ ราคาต้นทุนที่ติดดอยลดลง 100 บาท / 1 บาททองครับ

ทุน 46500 – 300 = 46200 ครับ โดยเรายังมีทองเท่าเดิมครับ คือ 3 บาททอง + เงิน 300 บาทครับ

ที่มา www.goldhips.com by ccczaa

————————————————

ราคา Silver
ราคาน้ำมัน
Euro : ดอลลาร์

ที่มา http://www.thaigold.info

http://www.goldhips.com

SocialTwist Tell-a-Friend

Apps+Games แก้ไอแล้วมากถึง 873 ไฟล์

จัดไปครับ สำหรับคนไม่อยากหา

คลิ๊กไปโลด

SocialTwist Tell-a-Friend
This blog is licensed under a Creative Commons Attribution-Non-Commercial 3.0 Thailand. Check Google Page Rank