Archive for the ‘Knowledge’ Category
ตั๋ว E-Ticket คืออะไร
E-Ticket หรือชื่อเต็มว่า Electronic Ticket คือตั๋วเครื่องบินรูปแบบใหม่ที่สายการบินต่างๆ ได้พัฒนาบริการมาให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อลดต้นทุนและขจัดปัญหาด้านต่างๆ ในการเดินทางของผู้โดยสารให้ลดลงมากที่สุด ทั้งปัญหาที่เกิดจากผู้โดยสารเอง ปัญหาที่เกิดจากสายการบิน ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็ว และบริการที่ทันสมัยเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า
E -Ticket ดีอย่างไร?
- สามารถเดินทางโดยไม่ต้องถือตั๋วเครื่องบิน
- หมดปัญหาเรื่องตั๋วหาย หรือลืมตั๋ว
- ราคาถูกกว่าตั๋วเครื่องบินที่ออกเป็นตั๋วกระดาษ
เดินทางได้โดยไม่ต้องถือตั๋วเครื่องบิน
เมื่อท่านทำการซื้อตั๋วเครื่องบินกับเรา ท่านจะได้รับเอกสารยืนยันผ่านทางอีเมลล์ ท่านสามารถสั่งพิมพ์เอกสารนั้นออกมาเพื่อนำไป check-in ได้เหมือนกับตั๋วเครื่องบินปกติ (เดินทางภายในประเทศกับการบินไทย ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนเท่านั้น) เพราะข้อมูลการซื้อ E -Ticket ของท่านถูกบันทึกอยู่ในระบบสำรองที่นั่งและระบบ check-in ของทางสายการบินนั้นเรียบร้อยแล้ว
หมดปัญหาเรื่องตั๋วหาย หรือลืมตั๋ว
เพราะท่านสามารถสั่งพิมพ์เอกสารยืนยันที่ทางเราส่งให้ออกมากี่ชุดก็ได้ หากท่านลืมนำเอกสารดังกล่าวไปยังสนามบิน ท่านสามารถสั่งพิมพ์เอกสารนั้นใหม่ได้ที่สนามบิน หรือโทรศัพท์มาหาเรา เพื่อให้เราแฟกซ์เอกสารยืนยันนั้นไปให้ที่สนามบิน
ราคาถูกกว่าบัตรโดยสารกระดาษ
ปัจจุบันสายการบินต่างๆ กำลังเร่งพัฒนาความสามารถในการจำหน่ายตั๋ว E -Ticket ให้ครอบคลุมทุกเส้นทาง และเร่งทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักกับ E -Ticket จึงทำให้ราคาของ E-Ticket ถูกกว่าราคาบัตรโดยสารปกติ และถึงแม้เมื่อหมดช่วงการทำตลาด ราคาของตั๋วเครื่องบินแบบ E -Ticket ก็จะยังคงถูกกว่าตั๋วปกติ เพราะ E -Ticket ช่วยลดปัญหาต่างๆ ให้กับทางสายการบินต่างๆ เป็นอย่างมาก
ฉันจะซื้อ E-Ticket ได้อย่างไร
ณ เว็บแห่งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบได้ว่าราคาตั๋วเครื่องบินใดที่สามารถจำหน่ายแบบ E -Ticket ได้บ้าง โดยสังเกตสัญลักษณ์ E หากพบสัญลักษณ์นี้ ท่านสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินดังกล่าวกับเราในแบบ E -Ticket ได้ทันที ด้วยระบบการจองและจำหน่ายตั๋วเครื่องบินด้วยระบบ amadius ที่เป็นที่ยอมรับของสายการบินทั่วโลก เราสามารถออกตั๋วเครื่องบินแบบ E -Ticket ให้ท่านได้ทันที
จะรู้ได้อย่างไรว่าทางเราได้ออกตั๋วเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเราได้ออกตั๋ว E -Ticket ให้กับท่านแล้ว ระบบจะส่งเอกสารยืนยันไปให้ท่านทาง E-Mail เพื่อยืนยันว่าท่านได้ซื้อตั๋วโดยสารนั้นๆ เรียบร้อยแล้ว และสามารถตรวจสอบอีกครั้งได้ทาง www.checkmytrip.com ของ amadeus หรือ www.viewtrip.com ของ Galileo ผู้ให้บริการระบบการสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบินที่ทั่วโลกเลือกใช้
thaitravelcenter.com
การเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง
1. ล้อ
ส่วนนี้เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดที่จะเสียหายในการขนส่ง สายการบินทั่วไปจะปฏิเสธความรับผิดชอบสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับล้อ และผู้ผลิตหลายรายมักยกเว้นล้อในข้อรับประกันของบริษัท ล้อที่ดีที่สุดควรเป็นล้อยางทั้งลูกชนิดที่เป็นล้อแบบหรือเป็นลูกกลม ที่มีตลับลูกปืน ล้อควรฝังอยู่ภายในกระเป๋า โดยเฉพาะกระเป๋าที่ไว้ใต้เครื่องบินเพราะจะป้องกันการเสียของล้อได้ สำหรับกระเป๋าที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ควรดูขนาดให้ถูกตามกฎเกณฑ์ของสายการบิน
2. หูหิ้ว
หูหิ้วแบบยืดหดควรติดตั้งภายในกระเป๋าได้เป็นดี หรือแบบพับแนบตัวกระเป๋าอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความเสียหายของเสาคันชัก แม้ว่าคันชักที่ติดตั้งภายนอกจะทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านในมากขึ้นก็ ตาม เพราะคันชักมักจะเสียหาย จากแรงกระแทกจนทำให้ยืดหดคันชักไม่ได้ แต่ในกรณีที่เป็นกระเป๋าหิ้วติดตัวก็ไม่จำเป็นต้องให้คันชักมีเสาอยู่ด้านใน ก็ได้เพราะความเสี่ยงจากการเสียหายมีน้อยกว่ามาก
3. Denier (หน่วยวัดความแข็งแรงของผ้า)
Denier เป็นหน่วยของการวัดขนาดเส้นใยที่ใช้ในการทอผ้า dinier ยิ่งมากจะทำให้ผ้าหนักขึ้น สำหรับวัสดุที่นำมาทอเป็นผ้าก็ให้ความแข็งแรงต่างกันด้วย เช่น polyester 1800 denier แข็งแรงกว่า Polyester 1200 denier แต่แข็งแรงน้อยกว่า ballistic nylon 1050 denier โดยทั่วไปตามสายการบินจะไม่ยอมรับความเสียหายกับกระเป๋าเดินทางที่ทำด้วยผ้า 600-700 denier
4. การรับประกัน
กระเป๋าทุกยี่ห้อจะรับประกันก็ต่อเมื่อมีความเสียหายที่เกิดจากการผลิต เท่านั้น เช่น ซิปผิดปกติ รอยเย็บเบี้ยว หูลากหลุดหรือน็อตหลุด การรับประกันส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ผลิต ไม่ใช่เป็นของร้านที่ขายดังนั้นไม่ควรไปเชื่อกับการรับประกันของร้านมากนัก
5. การซื้อกระเป๋าเป็นการลงทุนไม่ใช่ความสิ้นเปลือง
การคุ้มทุนในการลงทุนซื้อกระเป๋าขึ้นอยู่กับอายุของการใช้งานกระเป๋า ถ้าคุณจ่ายเงินสองเท่าเพื่อซื้อกระเป๋าที่มีอายุใช้งานนานขึ้น 4 ปี อย่าลืม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วย
6. ไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าใบใหญ่กว่าจะหนักกว่า
สิ่งของที่คุณจะบรรจุลงในกระเป๋าอาจมีน้ำหนักประมาณ 20-30 กก. แต่น้ำหนักกระเป๋าที่ใหญ่เล็กต่างกัน 4-6 นิ้ว อาจมีน้ำหนักต่างกันเพียงครึ่งกิโลเท่านั้น และคุณจะรู้ว่าถ้ากระเป๋าไม่พอคุณต้องซื้อกระเป๋าอีกใบที่น้ำหนักอย่างต่ำก็ ประมาณ 3-4 กก.
7. กระเป๋าใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าดีเสมอไป
คนทั่วไปจะบรรจุสิ่งของลงในกระเป๋าขนาด 26 นิ้วได้พอดี ดังนั้นก็ไม่ควรใช้กระเป๋าขนาดใหญ่กว่านี้ โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการยกของหนัก เช่น ปวดหลัง หรือปวดแขน
8. อย่าไปยึดติดกับยี่ห้อ
คนทั่วไปจะคุ้นเคยกับชื่อ Samsonite และ american tourister เพราะเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ขายมานาน แต่ก็ยังมีหลายยี่ห้อที่คุณภาพก็ใช้ได้ เช่น travelpro eminent echolac delsey หรือแม้แต่ Blue light, Valentino, Miracle, Dandy ลองเลือกการใช้งานต่าง ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อ
9. ซื้อกระเป๋ากับร้านที่มีความรู้ด้านกระเป๋า
เพราะกระเป๋าเดินทางเดี๋ยวนี้ไม่ใช่มีหน้าที่แค่บรรจุสัมภาระเท่านั้น อย่าไปกลัวที่จะถามคนขายเกี่ยวกับความทนทาน หน้าที่การทำงานต่าง ๆ การบริการหลังการขาย
fashion.tarad.com



